Powered By Blogger

วันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2554

เล็กๆ น้อยๆ สำหรับการเลือกซื้อโน้ตบุ๊คใหม่

ตอนนี้ เชียงใหม่เราก็จะมีงานคอมฯ อีกแล้ว รู้สึกว่าจะมีวันที่ 3 -6 พฤศจิกายน 2554 นี้แล้วล่ะมั้ง  ที่หอประชุม มช. เช่นเคย
          พอถึงงานคอมฯ ทีไร อดไม่ได้ทุกทีเลย ที่จะต้องแวะไปดู ไปหาเลือกซื้อ อุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ ไว้ใช้กับคอมฯ ของตัวเอง Mp3 Mp4 ว่ากันไปปะปราย รวมถึงการแวะดูโน้ตบุ๊ดใหม่ๆ ที่น่าสนใจ
          วันนี้ก็เลยเอาบทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับ การเลือกซื้อโน้ตบุ๊ค ให้คุ้มค่าและโดนใจเรามากที่สุด มีวิธีง่ายๆ ดังนี้ครับ

     1. สำรวจงบประมาณของตนเอง  สำคัญเลยครับข้อแรก ถ้าข้อแรกไม่ผ่านนะ ไม่ต้องไปดูข้ออื่นๆ แล้ว อย่าว่างั้นงี้เลย สมัยนี้งบประมาณเป็นเรื่องสำคัญครับ แต่ ณ ปัจจุบันอาจจะโชคดีซะหน่อยที่ ราคาคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค มีราคาที่ลดลงพอจะจับต้องกันได้บ้าง เอาเป็นว่าเริ่มต้นประมาณ 18,000 บาท ถึง 30,000 กว่าบาทกันเลยทีเดียว  ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของเราในการจับจ่ายครับ
     2. เมื่องบประมาณมีแล้ว  ทีนี้ก็มีความมั่นใจหน่อยละ ลุยเลย ขึ้นต่อไปต่อไป แล้วจะเอายี่ห้ออะไรดีล่ะ   อันนี้แล้วแต่จะชอบครับ แต่ถ้าจะให้แนะนำล่ะก็ ดูที่การใช้งานก่อนไหมครับ  เราจะซื้อไปทำอะไรเอ่ย?????  เสนอไป 2 สถานการณ์แล้วกัน
     -  ทำงาน = สเปคเครื่องอาจจะไม่ต้องสูงมาก ราคาก็จะไม่แพงพอสู้ไหวก็ได้ตั้งแต่เริ่มต้นเลยครับ 18,000 บาท สำหรับ CPU Core 2 Duo ที่เมื่อก่อนดังๆ นั่นแหละเยี่ยมยอดเกินพอแล้วครับ  อีกอย่างที่ควรดูครับ คือ แบตเตอรี่ ใช้งานได้นานไหม นานแค่ไหนถึงจะพอเหรอ อันนี้ตอบยากครับ แต่มาตรฐานน่าจะประมาณ 6 ชั่วโมงก็ดีนะครับ (เผื่อไว้ก่อนเหอะ)
     -  เล่นเกมส์ = สเปคเครื่องต้องสูงหน่อยแล้วล่ะ เน้นตรงที่ CPU  การ์ดจอ  แล้วก็ Ram ด้วย  CPU ที่เหมาะสำหรับคอเกมส์นะ ควรจะเป็น Intel Core i5  หน่วยความจำของการ์ดจอต้องประมาณ 1 GB ขึ้นไป  Ram ก็ต้อง 2 GB ขึ้นไป ถึงจะพอไหว  ไอ้พวกนี้ก็ประมาณ 23,000 ขึ้นไปล่ะ
     3.  ความแข็งแรงทนทานของ ฝาปิดเครื่อง  อันนี้สำคัญมากเหมือนกัน  ลองคิดดูนะครับว่าเราต้องเปิดปิดมันวันนึงกี่ครั้ง  การเลือกรูปร่างของตัวเครื่องให้แข็งแรงคงทนก็สำคัญไม่แพ้ไปกว่าความงามของเครื่องนะ  (อย่าเอาแต่งามอย่างเดียว ใช้ปีเดียวก็พัง)

     4.  น้ำหนักของเครื่อง  เราต้องแบกน้ำหนักของเครื่องเดินไปเดินมา วันนึงกี่กิโลกัน ปัจจุบัน น้ำหนักของเครื่องมาตรฐานอยู่ที่ประมาณ ไม่เกิน 2.4 kg ซึ่งก็หนักเอาการอยู่แล้ว ถ้าเราต้องเดินทางไกล  ลองดูนะว่าตนเองมีความสามารถในการแบกรับน้ำหนักได้เท่าไหร่กัน  แต่สิ่งหนึ่งที่มักจะตามมาสำหรับคอมฯ ที่น้ำหนักเบาคือ ราคามันจะแพงเอาเรื่องเหมือนกัน หรือ สเปคเครื่องอาจจะไม่ได้อย่างที่ต้องการก็ได้
     5. ช่องเสียบต่ออุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ มีให้เราเพียงพอ และสะดวกต่อการใช้งานไหม  อย่าประมาทไปเชียวนะครับข้อนี้  เพราะปัจจุบัน อุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ ที่ผลิตกันขึ้นมาใช้ USB เป็นส่วนใหญ่เลยทีเดียว เพราะฉะนั้นให้มีช่องเสียบเยอะๆ ไว้ก่อนก็ดีนะ  ที่สำคัญ มันอยู่ข้างที่เราถนัดรึเปล่าลองดูกันนะ

     6. โปรแกรม Windows หรือโปรแกรม Anti Virus ที่ลงให้เรา ที่โฆษณาว่า เป็นของแท้นั้น มีอะไรยืนยันให้เรารึเปล่า เช่นการลงทะเบียนต่างๆ  รหัส Serial Number ของโปรแกรม และความสามารถในการอัพเดทต่างๆ  ไหนๆ ก็เสียตังค์ซื้อแล้วก็ให้ได้ของแท้ๆ ไปเลยก็ดีนะ  ยังไงซะ ของแท้ย่อมดีกว่าอยู่แล้ว

      7. เมื่อรู้แล้วว่าจะเอาไปใช้งานอะไร และได้สเปคเครื่องเราเบื้องต้นแล้ว  ทีนี้ก็ไปดูตามบูทต่างๆ ได้ มีมากมายหลายยี่ห้อให้เลือกกันตาลาย  ทีนี้มันจะชนะขาดกันตรงไหนล่ะ ในเมื่ออุปกรณ์ภายในก็ตรงตามที่เราต้องการแล้ว  นี่เลยครับทุกคน  การรับประกันหลังการขาย  สำคัญมากนะขอบอก ผมว่า 1 ปี มันน้อยไป หาให้ได้นะประเภท 3 ปี น่ะ แต่ถ้าไม่ได้จริง ๆ แถมประกันเครื่องหายหน่อยก็ดีนะ คือ เอาเป็นว่าต่อรองกันให้ดีล่ะกัน (ยังไงเราก็ผ่าน ข้อ 1 มาแล้วเอากันให้เต็มที่)

      8. เมื่อกลับถึงบ้านแล้ว ทำตามคำแนะนำต่างๆ ของพนักงานขาย เกี่ยวกับคอมฯของเราให้ครบถ้วน  แล้วดำเนินการใช้คอมฯ ภายใน 7 วันแรกให้เต็มที่ เพราะอย่าลืมนะครับ ภายใน 7 วันเราสามารถเปลี่ยนเครื่องใหม่ได้ หากคอมฯของเรามีปัญหา (อย่าลืมเก็บใบเสร็จไว้ด้วยนะ) เช่น การใช้แบตเตอรี่ครั้งแรกให้หมด แล้วชาร์จให้เต็ม แล้วใช้แบตเตอรี่ให้หมด ประมาณ 3 ครั้งในการใช้คอมฯ ใหม่ของเรา  ลองอุปกรณ์ทุกอย่างที่มีในเครื่อง ช่องเสียบต่างๆ สามารถใช้งานได้ทุกช่องหรือไม่
     9. สนุกกับคอมฯ ใหม่ของคุณให้เต็มที่ ใช้งานให้คุ้มค่าที่สุด เหมือนกับงบประมาณที่คุณหามาเพื่อครอบครองมัน....

เจอกันบทความหน้าครับ....บ๊ายบาย!!!!


เมื่ออีเมล์ติดไวรัส

สวัสดีครับ พี่น้องชาวบัญชีศรีพัฒน์ทุกท่าน
          ปัจจุบัน เรามีการใช้ Internet กันอย่างมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้บริการ อีเมล์ ไม่ว่าจะเป็น Hotmail yahoo google ซึ่ง ขณะนี้มักจะมีปัญหาว่ามี อีเมล์ แปลกปลอมที่เราไม่ได้ติดต่อไว้ แอบเข้ามาวุ่นวาย และรบกวนเราอยู่เป็นประจำ วันนี้ผมมีวิธีจัดการ เจ้าอีเมล์ขยะพวกนี้ให้ไม่สามารถมารบกวนเราได้อีก
          ก่อนอื่น เราจะรู้ได้อย่างไรว่า อีเมล์ นั้นคือ อีเมล์อันตราย (อีเมล์ขยะ) ลักษณะของมันเท่าที่เคยเจอกับตัว จะมีการถูกส่งต่อมาจากเพื่อนๆ ของเรา ที่เรามีรายชื่อติดต่อไว้ โดยเพื่อนๆของเราไม่ได้เป็นผู้ส่งเอง หน้าตาและหัวข้อของจดหมายจะเป็นลักษณะประมาณนี้ครับ
          พวกนี้ละครับ ตัวแสบทั้งนั้น อย่าเผลอไปคลิกเชีย!!!!!!!

          ทีนี้ถ้าบังเอิญเราติดไวรัส เข้าไปแล้วล่ะทำไงดี ใจเย็นๆ ครับมีวิธีง่ายๆ ดังนี้ครับ
      1. หาตัวช่วยครับ  ได้แก่โปรแกรมในการสแกนไวรัส ประเภทนี้โดยเฉพาะ เนื่องจากไวรัส ประเภทนี้มันมีความสามารถพิเศษ ในการหลุดรอด ไวรัสสแกนโดยทั่วไปที่เราใช้งานอยู่ ไม่ว่าจะเป็น Nod32  Antivir (ร่มแดง ที่ว่าฟรีๆ กันนั่นแหละครับตัวดีเชียว) ฯลฯ
          ผมมีอยู่ตัวนึงที่ใช้อยู่และขอแนะนำให้ใช้ ไปดาวน์โหลดกันได้ฟรีเลยที่ http://www.emsisoft.de/en/software/antimalware     
 ติดตั้งเสร็จแล้วอัพเดทซะหน่อย  แล้วจัดการสแกนซะให้สิ้นซาก  โดยในระหว่างสแกนอยู่ ให้ตัดการทำงานของ Internet ซะก่อนนะ
      2. หลังจากสแกนและทำการทำลายไวรัสต่างๆ สิ้นซากไปแล้ว ให้ รีสตาร์ทเครื่องหนึ่งครั้ง
      3. เมื่อเปิดเครื่องขึ้นมาใหม่ ให้ทำการต่อ Internet แล้วเข้า อีเมล์ของเรา
      4. ทำการเปลี่ยนรหัสผ่านในอีเมล์ให้เรียบร้อย
      5. ที่สำคัญที่สุด แม้ว่าเราจะทำทุกขั้นตอนผ่านมาแล้ว  ให้ระมัดระวังเสมอในการเปิดอีเมล์ ว่า เมล์ใด แม้แต่จะเป็นเพื่อนเราส่งมา ถ้าหัวข้อในการส่ง มีลักษณะแปลกๆ ให้นึกไว้ก่อนเลยว่านั่นคือไวรัส  แต่หากว่าอยากจะเปิดอ่านจริงๆ ถามเพื่อนมันก่อนเหอะว่าส่งอะไรมา จะได้ไม่พลาดนะ
      6. มั่นทำการอัพเดทไวรัสสแกนประจำเครื่องของทุกท่านอยู่เสมอ เพื่อให้โปรแกรมสามารถรู้จักไวรัสตัวใหม่ๆ ได้ดีขึ้น

          ถ้าทำทุกอย่างแล้วยังไม่สามารถจัดการได้ ให้ถามผมได้เลยนะ เดวจัดการให้.....